เรื่องมันมีอยู่ว่า เบื่อกับการวาดในคอมครับ ผมเองอยากได้เจ้า wacom cintiq 12wx (จากนี้เพื่อความสะดวกในการพิมพ์ จะขอเรียกสั้นๆว่า ซินติก นะครับ) นี่มานานพอสมควรแล้ว จากการที่ได้ไปลองวาดภาพใน istudio ด้วย ipad แล้วรู้สึกว่า เฮ้ย ไอ้การวาดลงบนจอเลยนี่มันก็เจ๋งดีนี่หว่า วาดได้ดั่งใจ สะดวกเป็นอย่างยิ่ง ก็เลยเริ่มสนใจที่อยากจะลองซื้อน้องซินมาใช้ทำงานดูบ้าง
 
หลังจากเมียงมองดูรีวิว ถามไถ่คนที่มี จนเขารำคาญบ้างไม่รำคาญบ้าง และเก็บตังอยู่พอสมควร จังหวะเหมาะกับที่ ลุงแยม แกกำลังจะกลับมาประเทศไทย เลยได้โอกาสขอฝาก ลุงแยม แกหิ้วกลับมา ต้องขอขอบคุณ ลุงแยม มา ณ ที่นี้ที่ฝากหิ้วโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายค่าหิ้วใดๆ นอกจากข้าวหน้าเนื้อพร้อมไอติมชาเขียวราดถั่วแดง 1 มื้อ
 
ทีนี้มาเริ่มรีวิวกันเลยครับ ไม่ขอถ่ายรูปตามสเต็ปนะครับ ถ่ายแค่พอเข้าใจว่าอะไรคืออะไร ภาพอาจจะมีไม่ค่อยชัดมาก เพราะใช้กล้องมือถือ
 
 
 
อันนี้เป็นกล่องครับ ตอนแรกนึกว่ามันจะเล็กๆ เพราะได้ยินว่า ซินติก นี่ 12 นิ้ว แต่จริงๆจัดว่าใหญ่และหนาเอาเรื่องเลยครับ  ลองเทียบกับขนาดมือผมดู ( ลองวัดขนาดดูจะราวๆ 50x36x15 cm ครับ สเกลกล่อง) ค่อนข้างหนักด้วย หิ้วมาจากรถไฟฟ้าอารีย์กว่าจะถึงบ้าน ถึงกับเหนื่อยครับ เปิดมาข้างในก็จะมีอุปกรณ์ของซินติกซีลมาครับ ขอไม่ถ่ายละกัน
 
 
ขอข้ามมาจัดลงบนโต๊ะเลยนะครับ ถ้าจะใช้ ซินติก การ์ดจอจะต้องมี 2 หัวนะครับ คือต่อออก VGA และ DVI การ์ดจอเก่าๆบางรุ่นจะมีแค่หัวเดียว ไม่สามารถใช้ได้  อันนี้ซินติกผมต่อเข้า VGA ส่วนจอ LED LG E2241 ต่อเป็น DVI เคยลองต่อซินติกเข้า DVI แล้ว ไม่สามารถใช้งานได้ ตัว LG ไม่ขึ้นเลย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร เลยต้องต่อเข้าแบบนี้แทน ในภาพที่เห็นคือต่อแบบ dual monitor ครับ คือเหมือนเอา 2 จอมาต่อกัน สามารถลากไอคอนจากจอหนึ่งไปอีกจอได้ หน้าต่างโปรแกรมต่างๆก็เช่นเดียวกัน ซึ่งสา่มารถตั้งให้เป็น clone monitor ได้เหมือนกันครับ ( คือทั้ง 2 จอเหมือนกัน )
 
ตัวจอ cintiq นี้ความละเอียดหน้าจอได้เต็มที่ 1280 x 800 นะครับ ตอนติดตั้งครั้งแรกมันขึ้น signal out of range นึกว่ามีปัญหาอะไร คือ ความละเอียดหน้าจอตั้งต้นมันจะตามจอหลักตอนแรก แค่ไปปรับให้ลดลงก็ใช้ได้แล้วครับ
 
 
 
เทียบกับขนาดมือผม และกระดาษ A4 ครับ ใครคิดว่าเป็นจอ 12 นิ้วแล้วคิดว่าขนาดนี้จะจิ๋วเกินใช้งาน บอกได้เลยว่าคิดผิดครับ เพราะจริงๆขนาดจอที่ใช้งานของซินติก ก็ใหญ่เกือบเท่ากระดาษ A4 แนวนอน ถือว่าทำงานได้สะดวกใช้ได้เลยครับ
 
 
มาดูด้านข้างกันบ้างครับ ตัวซินติกนี่ ไม่ค่อยหนานะครับ บางๆเหมือน pad วาดรูป แต่เรื่องความหนักนี่ หนักใช้ได้ครับ เหมือนถือหนังสือปกแข็งเ่ล่มใหญ่ๆเล่มนึงเลย จะหนักๆตันๆ อ้อ น๊อตเหล็กด้านหลัง ไฟดูดได้นะครับ ผมเผลอไปจับ กะจะลองถือมือนึง วาดมือนึงดู เลยเปลี่ยนใจมาวางโต๊ะแทน ส่วนปุ่มบนซินติก สามารถโปรแกรมได้ทั้งสองด้าน ว่าจะใช้เป็นอะไรได้บ้าง ส่วนตัวทัชนี่แอบรู้สึกว่าไวเว่อไปนิด เผลอแตะนิดเดียวก็ activate ให้แล้ว
 
 
โดยสามารถเซ็ตได้จากใน control panel ของซินติกครับ แอดเพิ่มได้ด้วยว่าจะโปรแกรมปุ่มใน application อะไร สะดวกดีครับ แต่ผมก็ไม่ได้ใช้เพราะไม่ถนัด และอันนี้รู้สึกเอาเองว่า ปุ่มของซินติกมันแข็งไปหน่อย ต้องออกแรงกดพอสมควร เลยไม่ค่อยถนัดนัก ตอนนี้เลยใช้ควบคู่กับคีย์บอร์ดซะมากกว่า
 
 
อันนี้เป็นกล่องควบคุมซินติกครับ คล้ายๆตัวปรับจอใน monitor ทั่วไป ใช้ปรับได้ทั้ง brightness ,contrast หรือสีสันต่างๆ และมีการต่อ adapter เพื่อจ่ายไฟให้กับซินติกด้วยครับ เรียกได้ว่าถ้าจะใช้นี่ พื้นที่บนโต๊ะควรจะมีเหลือพอสมควร และจอหลักควรเป็นจอแบนครับ  ทางซ้ายเป็นปากกาซินติกครับ แถมที่เสียบมาด้วย อยู่ด้านหลังใกล้ๆแบงค์ 20 ตัวที่เสียบนี่ตอนแรกนึกว่าจะเป็นแบบของอินทูออสนะครับ ที่ใช้เสียบ nips ที่แถมมาได้ แต่จริงๆรุ่นนี้มันทำมาก่อน เลยยังไม่มีฟังก์ชั่นนี้ ไอ้ผมก็แงะไป นึกว่ามันจะมีเหมือนกัน สรุปคือใช้เสียบได้เฉยๆ ต้องหาที่เก็บ nips เองครับ
 
ส่วน nips เสริม แถมมาให้ 5 อันนะครับ สีดำเหมือนตัวที่อยู่ในปากกา 4 และอีกอันสีขาว มีสปริง ได้ยินจากคนอื่นว่า มันจะคล้ายๆกับวาดด้วยพู่กัน แต่ผมก็ยังไม่ได้ลองเหมือนกัน
 
 
อันนี้ปากกาซินติกลองเสียบกับที่เสียบครับ
 
รูปคงหมดเท่านี้ ครับ ที่เหลือไม่รู้จะถ่ายอะไรแล้ว
 
 
รูปแรกที่ลองเทสต์วาด หลังจากติดตั้งเสร็จครับ
 
ที่เหลือขอเล่ารวมๆนะครับ เพราะไม่รู้จะแยกเป็นข้อดีข้อเสียยังไง
 
-  ที่เป็นจุดเด่นเลย คือ การวาดลงบนจอครับ ต้องบอกว่าได้ฟีลต่างจากตอนวาดในคอมด้วยเมาส์ปากกาปกติเป็นอย่างมาก คือมันก็ไม่เหมือนวาดลงกระดาษร้อยเปอร์เซนต์นะ แต่ฟีลมันจะประมาณ วาดลงกระดาษ ที่มีแผ่นกระจกบางๆคั่น แต่สัมผัสเหมือนวาดด้วยเมาส์ปากกา ตอนแรกก็รู้สึกแปลกๆ แต่พอใช้ไปก็ค่อยๆชินครับ
 
- การซอยเส้นได้ดั่งใจมาก รวมถึงการสเก็ตต่างๆ สะดวกและรู้สึกเกร็งน้อยกว่าการวาดด้วยเมาส์ปากกาปกติมากครับ สังเกตได้ชัดมากว่า undo น้อยลงกว่าแต่ก่อนหลายเท่า โดยเฉพาะช่วงตัดเส้น ที่กว่าจะ stroke ด้วยเมาส์ปากกาปกติได้ดั่งใจนี่ ก็ undo 5 - 6 รอบ พอมาใช้ ซินติกแล้ว เหลือ 1 - 2 ครั้งถึงไม่ undo เลยสักครั้งครับ
 
- อันนี้รู้สึกเองว่า pressure มันสวยและละเอียดกว่าเมาส์ปากกาเดิม ( graphire4 A5 ) ถ้าใครใช้ intuos4 มาก่อนอาจจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง แต่ผมใช้ graphire มา แตกต่างค่อนข้างชัดเจน อย่างใช้มังกะสตูด้วยเส้นจีเพน ของ graphire เส้นจะหนาๆ ตันๆ ไม่ค่อยพริ้วเท่าไหร่ จนต้องหนีไปใช้ maru แบบกดหนักหน่อย แต่ใช้ซินติกนี่ ใช้ g แทน maru ได้เลย ถ้ามือเบาๆ ครับ
 
- ตอนก่อนจะซื้อผมกังวลเรื่องความหน่วงของเคอร์เซอร์ จากที่ได้เห็นในยูทูป อารมณ์เหมือน เราลากเส้นไวๆแล้วเคอร์เซอร์ค่อยวิ่งตาม อะไรแบบนั้น ถ้าเทียบเป็นเวลา น่าจะราวๆ 1/5 วินาที มั้ง กะๆเอาจากความรู้สึก ซึ่งตอนได้วาดจริงๆ ก็มีหน่วงนิดๆนะครับ คือถ้าจงใจลากแล้วสังเกตเคอเซอร์ว่าดีเลย์มั้ย ก็จะเห็นครับ ว่าดีเลย์ แต่ตอนลงมือวาดงานจริงจะไม่รู้สึกและไม่มีผลกับการสเก็ตหรือตัดเส้นเลยครับ
 
- จอซินติกจะคล้ายๆ LCD คุณภาพเยี่ยม ที่มองมุมไหนก็สีไม่เพี้ยนครับ ( แต่เพี้ยนเฉพาะความสว่าง เนื่องจากเป็น backlight ) และจิ้มไม่เป็นวงน้ำครับ
 
- เรื่องความร้อน อันนี้ก็กังวลจากคำบอกเล่าของหลายๆคนว่ามันค่อนข้างร้อน แต่จากที่ได้ลองจริงๆ พบว่า แค่อุ่นครับ และจะอุ่นมากเฉพาะตรงแถวคำว่า wacom อุ่นแบบอารมณ์เหมือนต้มกาแฟมาแล้วพักไว้ให้อุ่นน่ะครับ คือไม่ถึงกับร้อน แต่สัมผัสได้ว่าอุ่น ยิ่งอธิบายยิ่งงง แต่ก็สรุปว่า แค่อุ่นครับ แต่ตัวใหญ่ๆอาจจะร้อนก็ได้ครับ
 
- จอซินติก สีไม่เหมือนจอปกติครับ อันนี้เป็นปัญหาโลกแตกที่เป็นทั้งโลก คือ จอซินติกเนี่ย สีจะเพี้ยนแบบ จะไม่สดเท่า LED พอดีผมยังไม่มีเวลาได้เทสต์ว่าอันไหนชัวร์กว่า แต่ที่แน่ๆ สีม่วง violet ที่ดูในจอ LED พอเอามาดูในซินติก จะเป็นสีออกน้ำเงินครับ และสีขาวในซินติก จะอมเหลือง ราวๆ 5-10% ซึ่งสีนี่สามารถใช้โปรแกรมของการ์ดจอช่วยปรับให้เพี้ยนน้อยลงได้ แต่ผมไม่ค่อยถูกโรคกับการปรับอะไรพวกนี้ เพราะปรับทีไรเละทุกที ก็เลยใช้ตามปกติ แล้วต่อ clone monitor หรือย้ายมาดูในจอหลักบ่อยๆ เทียบสีไปก่อนครับ ส่วนใครมี spyder ก็ลองใช้ได้นะครับ ได้ทราบมาว่าปรับได้เหมือนกัน แต่ผมก็ไม่เคยลอง เอาไว้จะลองหามาใช้ดูเหมือนกัน
 
 
- ลองวาดคอมมิกครับ ปกติผมวาดโดยปกติวาดคอมมิก 1 หน้า ผมจะใช้เวลาในการสเก็ตละเอียด ราวๆ 30 นาที - 1 ชั่วโมง ตัดเส้น + ดึงภาพเก่ามาใช้ปรับแก้ไข + วาดฉาก ราวๆ 4-6 ชั่วโมงแล้วแต่ความละเอียดของงา
น บางงานละเอียดมากก็ 8 ชั่วโมงลงโทนเทา ถมดำ 2 ชั่วโมง โดยประมาณ แล้วก็ราวๆ 10 - 12 ชั่วโมงต่อ 1 หน้า
แต่ cintiq ทำให้ขั้นตอนทั้งหมด ใช้เวลาไปราวๆ 4 ชั่วโมงนิดๆ (นี่คือทำงานอย่างเดียวไม่มีแวบไปเล่นอะไรนะ เอาไว้ก่อนจะมอบเมาส์ปากกาตัวเก่าให้คนอื่นใช้ต่อ อาจจะลองวาดโดยไม่แวบไปพักดูแล้วเทียบกันอีกที )
 
ข้อดีเท่าที่เห็นจากการวาดคอมมิกมาหน้านึง คือ การซอยเส้นที่อย่างที่บอกว่าซอยได้อย่างใจมากๆ แบบตามองจอมือวาดนี่ ซอยเส้นลำบากสุดๆ การใส่ลวดลายเพิ่มรายละเอียดให้กับงานก็ทำได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนที่ใช้เมาส์ปากกาปกติ เหมือนตันๆคิดไม่ออกว่าควรใส่อะไรเพิ่มในงานดี พอใช้ cintiq แล้วก็ flow ขึ้นเยอะ อาจจะเพราะเรามองภาพรวมได้ง่ายกว่าการใช้เมาส์ปากกาปกติด้วย
 
- อันนี้ไม่รู้เรียกข้อเสียได้มั้ย แต่ปกติผมใช้ graphire4 ไม่มีปัญหาเรื่องปวดไหล่ปวดคอ เพราะวางเมาส์ปากกาพาดไว้กับตรงแท่นวางคีย์บอร์ดแล้วตามองจอหลัก  แต่พอเป็นซินติก ผมต้องก้มวาด เลยทำให้รู้สึกเมื่อยคอ เมื่อยหลัง เมื่อยมือพอสมควร อาจจะต้องหาท่าที่ถูกสุขลักษณะในการวาด กันพักใหญ่ๆ
 
- เรื่องการลงสี นอกจากสีเพี้ยนแล้ว เรื่องสปีดการทำงาน ผมรู้สึกเอาเองนะ ว่าไม่ค่อยต่างจากตอนลงด้วยเมาส์ปากกาปกติเท่าไหร่นัก อาจจะเพราะต้องเช็คกับเล็งสีกับจอหลักบ่อยพอสมควร ทำให้ยังมีลังเลกับการลงอยู่ แต่ถ้าชินแล้วอาจจะไวขึ้นก็ได้ แต่การซอยสีเส้นผมกับเช็คเงานี่ไวขึ้นมาก
 
- การต่อ clone monitor มีปัญหาเล็กน้อย คือ resolution ของจอหลักผมใหญ่สุดมัน 1920x1080 แต่ ซินติกมัน 1280x800 ซึ่งคนละสเกล คนละ ratio ถ้าใช้ clone monitor จะต้องลด resolution จอหลักให้ได้เท่ากับ ซินติก ซึ่งสเกลจะเพี้ยน (จะดูบีบออกข้าง หน้าตัวละครอ้วนขึ้น)  ควรใช้ดูสีอย่างเดียวมากกว่าครับ ถ้าสเก็ตงานก็ใช้เป็น dual monitor จะสบายใจกว่า ซึ่งปรับได้จากโปรแกรมควบคุมการทำงานของการ์ดจอครับ
 
- ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะการ calibrate รึเปล่า แต่ซินติกนี่ ถ้าเลื่อนปากกามากลางจอ ตัวเคอร์เซอร์ก็จะอยู่ตรงกับ nips ดี แต่ถ้าเลื่อนไปที่ขอบของจอ เคอร์เซอร์จะเลื่อนไปติดขอบจอเองทั้งๆที่ nips ไม่ได้ไปติดจอครับ แต่ก็ไม่มีผลอะไรกับการทำงาน แค่ตั้งข้อสังเกตเฉยๆครับ